สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์

สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์

0ขายโดย
COPYRI.COM แหล่งซื้อเครื่องหมายการค้า ขายเครื่องหมายการค้า ซื้องานวิจัย ขายงานวิจัย ซื้อลิขสิทธิ์ ขายลิขสิทธิ์ ซื้อสิทธิบัตร ขายสิทธิบัตร ราคาถูก ไม่แพง สนใจติดต่อ 086-067-6078 หนุ่ม ไลน์ @copyri อีเมล์ contact.copyri@gmail.com wechat 0868660031

สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์

สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์

สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์

สนใจติดต่อ

086-514-3075 ผศ.ดร.เจนยุทธ ศรีหิรัญ

line 0865143075

email kaijanyut@hotmail.com

สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์

1. รายละเอียดโครงการ

1.1 ชื่อโครงการ เลขรับสิทธิบัตร 1702002715-1702002719 จำนวน 5 ใบ

ชื่อโครงการภาษาไทย

การออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์
ชื่อโครงการภาษาอังกฤษ

Production of respiratory capacity training device

คำอธิบายผลิตภัณฑ์หรือบริการและลักษณะกระบวนการทำงาน 

เครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอด ใช้สำหรับฝึกการหายใจ มีจุดเด่น คือ ใช้ฝึกการหายใจได้หลากหลาย ทั้งการฝึกเพื่อเพิ่มปริมาตรการหายใจ และเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจ สามารถอธิบายกลไกการทำงานได้ชัดเจนตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้หลักการแทนที่ปริมาตรอากาศในพื้นที่ว่าง และหลักการความดันของของเหลว ใช้น้ำสร้างระบบปิดให้แก่เครื่องมือ กล่าวคือ น้ำช่วยไม่ให้เกิดการรั่วไหลของอากาศภายในทรงกระบอก ทำให้ปริมาตรจากการหายใจเข้า และหายใจออก เป็นปริมาตรที่แท้จริงมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสูตรวิทยาศาสตร์ คือ 

ปริมาตร = π*(รัศมีของทรงกระบอก)2*ความสูงของทรงกระบอก (มีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เซนติเมตร, cm3)

และใช้น้ำเป็นมาตรวัดความดันจากการหายใจเข้าและหายใจออก โดยใช้หลักการแทนที่น้ำโดยอากาศจากการหายใจเข้าหรือออก ซึ่งเป็นไปตามสูตรวิทยาศาสตร์ คือ 

ความดัน = ความหนาแน่นของของเหลว*ค่าคงที่แรงโน้มถ่วงโลก*ความสูงของระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป (มีหน่วยเป็น เซนติเมตรน้ำ, cmH2O)

ข้อดีที่เหนือกว่าอุปกรณ์อื่น คือ การใช้ระดับน้ำในการระบุความดันที่สร้างได้ จึงทำให้สามารถติดตามสมรรถภาพการหายใจของผู้ป่วยได้อย่างละเอียดและการมีต้นทุนการประดิษฐ์ต่ำ จึงมีความเป็นไปได้มากที่จะนำไปใช้จริง


ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันกับแนวคิดหรือเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ในโครงการ

 

เครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดในโครงการวิจัยนี้ เป็นอุปกรณ์ที่มีความใหม่ด้านความคิด การสร้างสรรค์ และมีแนวโน้มสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานได้จริง โดยสภาพการปฏิบัติงานเดิม คือ ศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือตอนล่าง โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นสถานพยาบาลหลักแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนล่างที่ให้การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากในหลากหลายโรคและความรุนแรงซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีความต้องการให้ผู้ป่วยทุกรายสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดได้อย่างเท่าเทียมกัน ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความรุนแรงของโรคมากขึ้นอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อทำหัตการที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิต หลังจากนั้นจะเป็นช่วงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้นหลังการผ่าตัดหัวใจและทรวงอกผู้ป่วยทุกรายจำเป็นต้องได้รับการฝึกสมรรถภาพการหายใจอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นหลังการผ่าตัด เช่น ภาวะปอดแฟบ ปอดติดเชื้อ การมีน้ำคั่งในปอด เป็นต้น ซึ่งจะนำไปสู่การพิการหรือการเสียชีวิตได้ ในปัจจุบันยังไม่มียากลุ่มใดที่ออกฤทธิ์โดยตรงเพื่อเสริมสมรรถภาพการหายใจและป้องกันภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว วิธีการที่ใช้ในทางปฏิบัติจะเป็นการฝึกการหายใจโดยอาศัยความร่วมมือของผู้ป่วยและบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่ การเคาะสั่นปอด การฝึกการไอ เป็นต้น และการฝึกการหายใจโดยใช้เครื่องมือเฉพาะ ได้แก่ การใช้เครื่องมือ Triflow®หรือ Breathemax®ซึ่งวิธีการทั้งสองยังพบปัญหาที่สำคัญ คือ มีค่าใช้จ่ายในการฝึกสูง (โดยเฉลี่ยประมาณ 2,500-3,000 บาท/ราย/ครั้ง และราคาเครื่องมืออยู่ในช่วงประมาณ 750-1,500 บาท/เครื่องมือ) ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคคลากรทางการแพทย์เฉพาะด้าน ต้องอาศัยร่วมมืออย่างมากของผู้ป่วยในการฝึกฝนตนเอง และในการฝึกการหายใจโดยไม่ใช้เครื่องมือผู้ป่วยมักจะมองไม่เห็นถึงความสำคัญของการฝึกเนื่องจากไม่มีมาตรวัดพัฒนาการของการฝึกที่ผู้ป่วยสามารถสังเกตได้ด้วยตนเองอย่างเป็นรูปธรรม 

สำหรับการฝึกการหายใจโดยใช้เครื่องมือเฉพาะถึงแม้ว่าจะสะดวกกว่าและผู้ป่วยสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง แต่เครื่องมือที่มีใช้จริงทางปฏิบัติในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดในการใช้ค่อนข้างมาก ได้แก่ การใช้ฝึกได้จำกัดเพียง 1 รูปแบบการฝึก ต่อ 1 เครื่องมือเท่านั้น เช่น Triflow® ใช้ฝึกเพื่อวัดปริมาตรการหายใจเข้าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และ Breathemax®ใช้ฝึกเพื่อวัดความดันจากการหายใจออกเท่านั้น และเครื่องมือ Triflow®อาจไม่มีความเหมาะสมมากนักสำหรับผู้ป่วยที่ยังคงสามารถออกแรงหายใจได้น้อย เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจและทรวงอก เนื่องจากเครื่องมือ Triflow®จะแสดงผลลัพธ์การฝึกครั้งแรกที่ปริมาตรการหายใจเข้า 300 cm3 และในการใช้งานผู้ป่วยจะต้องออกแรงครั้งละมากๆเพื่อสูดลมหายใจเข้าแบบทันทีทันใด จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่ยังไม่สามารถออกแรงหายใจได้มากๆในครั้งเดียว หรือ ยังคงมีการหายใจติดขัด หรือ ยังคงเจ็บแผลผ่าตัดอยู่ และประเด็นที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ เรื่องราคาของเครื่องมือที่ค่อนข้างสูง (ประมาณ 750-1,500 บาท และไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้)ซึ่งเป็นปัญหาหลักของศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือตอนล่าง โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีฐานะยากจนจึงมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ต้องการซื้อเครื่องมือ Triflow® ไปใช้ฝึกการหายใจ และถึงแม้ว่าในปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆจะมีการประดิษฐ์เครื่องช่วยฝึกหายใจต้นทุนการประดิษฐ์ต่ำ โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการแพทย์ขึ้นเอง แต่เครื่องมือดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นโดยคำนึงถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ หลักอากาศพลศาสตร์ อย่างชัดเจน รวมถึงยังไม่สามารถวัดหรือยืนยันประสิทธิภาพที่แท้จริงจากการใช้งานเครื่องมือได้

1.3 ประโยชน์และคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีต่อผู้ใช้/ลูกค้า 

หากโครงการนี้สำเร็จจะทำให้ได้อุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดใหม่ที่สร้างสรรค์และประดิษฐ์ขึ้นโดยนักวิจัยไทย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของผู้วิจัยจากสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากสถาบันแห่งเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดแข็งอย่างมากที่จะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จได้ อุปกรณ์มีความสามารถในการช่วยฝึกสมรรถภาพการหายใจโดยใช้ต้นทุนการประดิษฐ์ต่ำ ซึ่งถูกออกแบบโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ อากาศพลศาสตร์และหลักทางสถาปัตยกรรม ที่สามารถวัดประสิทธิภาพของเครื่องมือได้จริงในหน่วยวัดสากล สามารถใช้ฝึกได้หลากหลายวิธี และได้รับอนุสิทธิบัตรประเทศไทยแล้ว เลขที่ 12019 มีข้อดีในแง่ที่เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จึงสามารถนำไปใช้กับผู้ที่ต้องการใช้งานได้รวดเร็วมากขึ้น 

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการมีเครื่องมือนี้ คือ จะทำให้ประชาชนทุกรายที่มีข้อบ่งใช้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุทุกราย สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากเนื่องจากเป็นเครื่องมือที่มีราคาต่ำกว่าเครื่องมือที่มีอยู่เดิมในท้องตลาดอย่างมาก ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในทุกระดับชั้นสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้โดยเสมอภาค เพื่อนำไปใช้เพื่อฝึกเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการหายใจได้ด้วยตนเอง จนทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ป้องกันหรือลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะทำให้เกิดการพิการหรือเสียชีวิต หรือต้องกลับมาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลซ้ำ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ตัวผู้ป่วย ผู้ดูแลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการที่สามารถผลิตเครื่องมือนี้ได้เองในประเทศทุกขั้นตอน จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายนำเข้าเครื่องมือที่มีราคาแพงกว่าแต่กลับมีประสิทธิภาพด้อยกว่าจากต่างประเทศได้อีกช่องทางหนึ่งซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของประเทศในระยะยาว

โครงการยังมีลักษณะเป็น Social Enterprise ด้วย กล่าวคือสามารถบริหารจัดการให้เป็นธุรกิจที่เป็นได้ทั้งประเภทที่หากำไรและไม่หากำไร ยึดถือการตอบแทนประโยชน์สู่สังคมเป็นแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากผลลัพธ์หลักที่จะได้รับจากโครงการนี้ คือ อุปกรณ์ฝึกสมรรถภาพการหายใจชนิดใช้ต้นทุนต่ำ ซึ่งมุ่งเป้าใช้งานกับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ คือ ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย หรือบุคคลทั่วไปที่มีข้อบ่งใช้อุปกรณ์แต่มีรายได้น้อย ซึ่งรัฐบาลควรมองบุคคลเหล่านี้ว่ามีคุณค่าในตัวมนุษย์แต่ละคนมากกว่าฐานะรายได้ และเคยทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาเป็นระยะเวลานานแล้ว หรือยังสามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชนได้หากกลุ่มคนเหล่านี้มีสุขภาพดี หรืออย่างน้อยก็ไม่เป็นภาระให้แก่สังคมโดยรวม ทำให้สามารถบริหารจัดการให้เป็นธุรกิจที่มีลักษณะเอื้อเฟื้อแบ่งปันได้ เช่น การผลักดันให้เป็นเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นเข้าระบบประกันสุขภาพของรัฐบาล ดำเนินงานโดยการแบ่งจ่ายค่าอุปกรณ์เป็นสัดส่วนผ่านสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือดำเนินการในลักษณะที่รัฐบาลจ่ายให้ส่วนหนึ่งและผู้ป่วยบริจาคซื้อเครื่องมือตามกำลังทรัพย์เพื่อสมทบทุนการผลิตเพิ่มเติมในอนาคตอีกส่วนหนึ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ในอนาคตยังสามารถร่วมทุนหรือขายให้กับบริษัทที่สนใจเพื่อนำไปต่อยอดทางเทคโนโลยีของบริษัทที่มีศักยภาพ เช่น บริษัทผู้ผลิตเม็ดพลาสติก บริษัทผู้ผลิตขวดพลาสติก เพื่อใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีอยู่แล้วของบริษัทเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการลดต้นทุนการผลิต และใช้ทรัพยากรการผลิตต่างๆให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดต่อไป

1.4 การพิสูจน์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าและความเป็นไปได้ของตลาด (ถ้ามี)

โครงการนี้มีโอกาสทางการตลาดที่ดี และมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำกำไรให้พอเพียงที่จะสามารถดำเนินโครงการไปได้อย่างต่อเนื่องด้วยตนเองในอนาคต เนื่องจากมีลักษณะที่สามารถเป็น social enterprise ได้ จากการขายอุปกรณ์แบบร่วมจ่ายกับรัฐบาลสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยในโรงพยาบาล และการขายปลีกเพื่อทำกำไรสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวโดยจะนำเข้าสู่ตลาดผ่านช่องทางร้านยาที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ซึ่งการเข้าสู่ 2 ตลาดนี้และแข่งขันจนเป็นผู้นำได้จะครอบคลุมตลาดทั้งหมดแล้ว และการที่อุปกรณ์มีต้นทุนการประดิษฐ์ต่ำทำให้สามารถตั้งราคาที่จะทำกำไรได้ดีซึ่งทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้สูง

  1. การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ

2.1 ข้อมูลของผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ระดับของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เข้าร่วมโครงการ

มีแนวคิดผลิตภัณฑ์หรือบริการ

มีผลิตภัณฑ์เพื่อทดสอบแนวความคิดเบื้องต้นแล้ว(MVP)

อยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมเข้าสู่ตลาด(Prototype)

มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบแล้ว (Prototype)

มีผลิตภัณฑ์แล้ว พร้อมขาย (Product)

มีข้อมูลบ่งบอกถึงจำนวนความต้องการของผลิตภัณฑ์หรือบริการจริง (Traction)

อื่นๆ

 

2.1.1) กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

อุปกรณ์ใหม่เป็นอุปกรณ์ฝึกสมรรถภาพการหายใจที่มีคุณสมบัติที่ใช้ฝึกได้หลากหลาย ดังนั้นจึงครอบคลุมการใช้สำหรับหลายกลุ่มประชากร และกลุ่มผู้ป่วย ดังนี้

  1. ผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือหัตการบางอย่าง

1.1.ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจและทรวงอก

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรมีผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ และต้องเข้ารับการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องจำนวนประมาณ 200 ราย ผลการสืบค้นจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พบว่า ประเทศไทยมีศูนย์โรคหัวใจจำนวน 38 ศูนย์ คิดเป็นศูนย์ของรัฐบาล จำนวน 20 ศูนย์ และของเอกชน จำนวน 18 ศูนย์ หากลองประมาณโดยคิดว่า แต่ละศูนย์มีผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องมือฝึกสมรรถภาพการหายใจจำนวน 200 คน ต่อ ศูนย์ จะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 7,600 ราย

1.2.ผู้ป่วยหลังทำ coronary artery bypass graft (CABG)

พบว่ามีจำนวนมาก และไม่จำกัดเฉพาะศูนย์โรคหัวใจเท่านั้น การทำ CABG สามารถทำได้ในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม เช่น โรงพยาบาลของรัฐที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และโรงพยาบาลเอกชนที่มีความพร้อมจากการสืบค้นพบว่าโรงพยาบาลของรัฐที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในประเทศไทย (นับเฉพาะโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลศูนย์ ที่น่าจะมีศักยภาพในการทำ CABG ได้) มีทั้งหมด 19 (รพ มหาวิทยาลัย) + 26 (รพ ศูนย์ โดยเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดประจำภูมิภาคที่มีขีดความสามารถระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) มีจำนวนเตียงมากกว่า 500 เตียง) = 45 โรงพยาบาลหากลองประมาณโดยคิดว่า แต่ละ รพ มีผู้ป่วยที่ต้องทำ CABG และต้องใช้เครื่องมือฝึกสมรรถภาพการหายใจจำนวน 200 คน ต่อ รพ จะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 9,000 ราย

โรงพยาบาลเอกชนที่มีความสามารถทำ CABG ได้ ประมาณ 30 โรงพยาบาลหากลองประมาณโดยคิดว่า แต่ละ รพ มีผู้ป่วยที่ต้องทำ CABG และต้องใช้เครื่องมือฝึกสมรรถภาพการหายใจจำนวน 100 คน ต่อ รพ จะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 3,000 ราย

1.3.ผู้ป่วยหลังผ่าตัดช่องท้อง

ใช้ตัวเลขเดียวกับกรณีทำ CABG ได้ ดังนั้น รวมจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือ รวม รพ ของรัฐ และเอกชน คิดเป็นประมาณ 9,000+3,000 = 12,000 ราย

  1. ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

น่าจะมีจำนวนมากกว่ากรณีหลังผ่าตัดฯหรือทำหัตการ CABG และพบผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้เกือบทุก รพ และทุกขนาดของ รพ จากการสืบค้นพบว่าประเทศไทยมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประมาณ 1,000 รพ และโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 100 รพหากลองประมาณโดยคิดว่า แต่ละ รพ มีผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และต้องใช้เครื่องมือฝึกสมรรถภาพการหายใจจำนวน 50 คน ต่อ รพ จะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 1,100 x 50 = 55,000 ราย

  1. ผู้ป่วยหลังหย่าเครื่องช่วยหายใจ และต้องการฝึกสมรรถภาพการหายใจให้กลับมาเป็นปกติ

ใช้ตัวเลขเดียวกับกรณีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ ดังนั้นจะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 1,100 x 50 = 55,000 ราย

  1. ผู้ป่วยที่นอนติดเตียง

ใช้ตัวเลขเดียวกับกรณีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ ดังนั้นจะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 1,100 x 50 = 55,000 ราย

  1. ผู้ป่วยทั่วไปที่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพการหายใจ

ใช้ตัวเลขเดียวกับกรณีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ แต่คิดว่าอาจมีจำนวนเคสมากกว่า ดังนั้นจะได้จำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเครื่องมือประมาณ 1,100 x 100 = 110,000 ราย

  1. ประชากรทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ (การฝึกสมรรถภาพการหายใจจะช่วยให้เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของระบบหายใจ และหัวใจ)

ตามรายงานของสำนักสถิติแห่งชาติ ล่าสุด ปี 2557 พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุทั้งสิ้น 10,014,699 ราย

2.1.2) ขนาดและแนวโน้มของตลาดพร้อมระบุแหล่งข้อมูลอ้างอิง

ขนาดของตลาดใหญ่มาก เนื่องจากเครื่องมือนี้สามารถนำไปใช้ได้ในทุกระดับสถานพยาบาล และ ยังสามารถใช้โดยผู้ป่วยหรือบุคคลทั่วไป เพื่อประเมินอาการ ติดตามความรุนแรงของโรค หรือ ติดตามด้านประสิทธิภาพหลังการรักษาด้วยตนเองที่บ้านได้

 

2.1.3) คู่แข่งในตลาดในปัจจุบัน

ได้แก่ อุปกรณ์ Triflow®และ Breathemax® ซึ่งมีประสิทธิภาพการใช้งานด้อยกว่า ใช้งานได้ยากกว่า ผู้สูงอายุที่มีความสามารถในการออกแรงน้อยอาจไม่สามารถใช้งานเครื่องมือได้เลย และมีต้นทุนการผลิตสูงกว่า เครื่องมือในโครงการนี้

 

2.1.4) การวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจเบื้องต้น SWOT Analysis

จุดแข็ง (Strengths)

ต้นทุนต่ำ

ตลาดใหญ่ และมีฐานลูกค้าจำนวนมาก

จุดอ่อน (Weaknesses)

ต้องสร้างการรับรู้และโฆษณามากในช่วงแรก

โอกาสทางธุรกิจ (Opportunities)

เป็นเครื่องมือใหม่และมีราคาถูกมาก น่าจะได้รับความสนใจในการซื้อเพื่อทดลองใช้งาน

อุปสรรค (Threats)

การขายเข้าโรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐมีกฏระเบียบในการจัดซื้อค่อนข้างมาก

 

2.1.5) วิธีการหารายได้ และการพิสูจน์การยินยอมจ่ายเงินของกลุ่มลูกค้า (ถ้ามี)

การหารายได้เริ่มจากการเผยแพร่ผลงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลรัฐและเอกชน สมาคมร้านขายยา ที่ประชุมวิชาการทางการแพทย์ต่าง ๆ ทั้งนี้ในขั้นเริ่มต้น จะไม่เสียค่าใช้จ่ายจากการทดลองใช้เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บค่าใช้จ่าย จากนั้นจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆโดยชูลักษณะเด่นของสินค้าที่ออกแบบซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายหน้าที่ในเครื่องเดียวกันส่งผลทำให้เกิดความคุ้มค้า คุ้มราคาที่จะทำให้กลุ่มลูกค้ายอมที่จะจ่ายเงินในการซื้อสินค้าที่ผู้วิจัยและคณะได้ออกแบบและพัฒนาขึ้น อีกช่องทางหนึ่งจะจัดให้มีการระดมทุนในลักษณะการบริจาคของศิษย์เก่าและผู้ที่ต้องการอนุเคราะห์ เพื่อใช้ในการผลิตและแจกให้โรงพยาบาลที่มีรายได้น้อยหรือผู้ป่วยยากจนหรือคนด้อยโอกาส เพื่อสร้างความเสมอภาคทางสังคมและเป็นการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในอีกช่องทางหนึ่ง

แผนการสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืน คือ การทำให้อุปกรณ์ที่ได้จากโครงการนี้ถูกจำหน่ายในโรงพยาบาลในลักษณะการร่วมจ่ายโดยรัฐบาล ผ่านสิทธิสุขภาพของผู้ป่วยเฉพาะราย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืนเนื่องจากจะทำให้เกิดกำไรที่นำไปผลิตอุปกรณ์ออกมาได้ อีกส่วนหนึ่งใช้ในการพัฒนาต่อยอด นอกจากนี้การมีจำหน่ายในโรงพยาบาลจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือ สำหรับตัวผลิตภัณฑ์ และเนื่องจากเป็นการจำหน่ายในลักษณะแบ่งสัดส่วน หรือบริจาคร่วมทุนจะทำให้เกิดความรู้สึกและภาพลักษณ์เชิงบวกสำหรับตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น สำหรับแผนการลงทุนในอนาคตจะเป็นการหาผู้ร่วมลงทุนซึ่งมุ่งเน้นให้เป็นลักษณะร่วมลงทุนในแง่ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในขั้นตอนการผลิต หรือให้ใช้โรงงานเป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือจะทำให้ต้นทุนลดต่ำลงไปอีกและนำผลมาใช้เพื่อพัฒนาอุปกรณ์รุ่นใหม่ในอนาคตได้

2.1.6) กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ 

Phase 1จัดตั้งบริษัทจำกัด ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรและคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร จำหน่ายสินค้าให้แก่ โรงพยาบาลในเครือข่ายที่สนใจ ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ ทั้ง 2 สาขา และ จำหน่ายให้ผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และ ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ เปิดตัวและจำหน่ายทาง internet page พร้อมเปิดตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ในงานประชุมวิชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นเจ้าภาพ หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง

Phase 2จำหน่ายทาง online market โดยเปิดร้านใน LAZADA หรือ SHOPEEและรับลูกข่ายที่เป็นร้านยาที่สนใจดำเนินงานธุรกิจร่วมกันทั่วประเทศ

Phase 3ส่งออกจำหน่ายในประเทศใกล้เคียง และดำเนินการจดสิทธิบัตร หรือจดทะเบียนการค้า ที่เกี่ยวข้องในประเทศที่ขาย

 

รีวิว

0.0
0
0
0
0
0

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตเครื่องมือฝึกสมรรถภาพปอดเพื่อใช้ในเชิงพานิชย์”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ยังไม่มีบทวิจารณ์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ขายเครื่องหมายการค้าจดที่ประเทศจีนคอสเมติกชื่อzjt

ขายเครื่องหมายการค้าจดที่ประเทศจีนคอสเมติกชื่อzjt

ขายโดย COPYRI.COM แหล่งซื้อเครื่องหมายการค้า ขายเครื่องหมายการค้า ซื้องานวิจัย ขายงานวิจัย ซื้อลิขสิทธิ์ ขายลิขสิทธิ์ ซื้อสิทธิบัตร ขายสิทธิบัตร ราคาถูก ไม่แพง สนใจติดต่อ 086-067-6078 หนุ่ม ไลน์ @copyri อีเมล์ contact.copyri@gmail.com wechat 0868660031
ขายเครื่องหมายการค้าเครื่องสำอางชื่อguchaoจดที่ประเทศจีน

ขายเครื่องหมายการค้าเครื่องสำอางชื่อguchaoจดที่ประเทศจีน

ขายโดย COPYRI.COM แหล่งซื้อเครื่องหมายการค้า ขายเครื่องหมายการค้า ซื้องานวิจัย ขายงานวิจัย ซื้อลิขสิทธิ์ ขายลิขสิทธิ์ ซื้อสิทธิบัตร ขายสิทธิบัตร ราคาถูก ไม่แพง สนใจติดต่อ 086-067-6078 หนุ่ม ไลน์ @copyri อีเมล์ contact.copyri@gmail.com wechat 0868660031
- 38% อนุสิทธิบัตรอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนหลอดไฟดาวน์ไล้ท์แบบกลมและแบบตะเกียบในตัวเดียวกัน

อนุสิทธิบัตรอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนหลอดไฟดาวน์ไล้ท์แบบกลมและแบบตะเกียบในตัวเดียวกัน

ขายโดย COPYRI.COM แหล่งซื้อเครื่องหมายการค้า ขายเครื่องหมายการค้า ซื้องานวิจัย ขายงานวิจัย ซื้อลิขสิทธิ์ ขายลิขสิทธิ์ ซื้อสิทธิบัตร ขายสิทธิบัตร ราคาถูก ไม่แพง สนใจติดต่อ 086-067-6078 หนุ่ม ไลน์ @copyri อีเมล์ contact.copyri@gmail.com wechat 0868660031
฿8,000,000 ฿5,000,000
Translate »